“ครูเต้ย” ควงเมีย-ลูกเปิดใจปกปิดครอบครัว เคลียร์ดราม่าคบซ้อนด่าจนหลอน

ช่วงฝากท้องยังต้องหลบปลดล็อกแล้ว ครูเต้ย อภิวัฒน์ ควงภรรยา-ลูกสาว เปิดใจปกปิดครอบครัว เคลียร์ปมดราม่าคบซ้อน โดนด่าจนหลอนโซเชียล

นักร้องหนุ่มลูกทุ่งอินดี้ ครูเต้ย อภิวัฒน์ ควง ขนม ศศิกานต์ และ น้องตั้งใจ ลูกสาววัย 1 ขวบ 4 เดือน มาเปิดใจครั้งแรกหลังปกปิดเรื่องการแต่งงานและมีลูก พร้อมเล่าเส้นทางความรัก จนมาถึงประเด็นดราม่าคบซ้อน โดนด่าเละจนหลอนโซเชียล ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บ SHOW ออกอากาศทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ อาจารย์เป็นหนึ่ง และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

คุณพ่อหลงลูกสาวหนักมาก?

ครูเต้ย : มากครับ ก็ที่สุดของชีวิตครับ เค้าเป็นผู้หญิง อย่างที่เราอยากได้ลูกสาว เราจะลงโซเชียลทุกวันให้คนเห็น

สปอยล์ลูกจนภรรยาต้องเอ็ด?

ขนม : บางทีเค้าตามใจมากเกินไป เค้าจะซื้อของเล่นอันที่ลูกหยิบขึ้นมา มันเยอะมากเกินไป จนไม่มีที่เก็บแล้วที่บ้านทุกวันนี้ก็ยังซื้อ

ช่วงที่พ่อจะออกไปทำงานน้ำตาไหลคิดถึงลูก?

ครูเต้ย : คิดถึงลูก อยากได้มาก เราตั้งใจมีเค้า เราพร้อมที่จะมี รักเค้ามาก ตอนนี้เค้าเริ่มรู้จักความจะร้องตาม สมัยก่อนมีแต่เราที่ร้อง

จุดเริ่มต้นเจอกันได้ยังไง?

ครูเต้ย : ผมเจอในเอ็มวีครับ เพลงๆนึง

ขนม : ไปเล่นเอ็มวีเพลงนึงเป็นนางเอก แล้วไปเจอคนที่รู้จักพี่เค้า คุยกัน แล้วพี่เค้าส่งรูปหนูเข้าไป เค้าเห็นเลยขอเฟซบุ๊กค่ะ

หยอดไปทางเฟซบุ๊ก?

ครูเต้ย : ใช่ครับ แอดไป แล้วก็ไปกดเลิฟบ้าง ตัดสินใจทักแชทไป

อะไรในตัวเค้าที่ทำให้ชอบ?

ครูเต้ย : ไม่รู้ครับมันคือรวมๆ ตอนนั้นเรายังไม่มีใครด้วย เห็นแล้วน่ารักดีอยากคุยด้วย ทักไปครั้งแรกขอบคุณที่รับแอดนะครับ

ขนม : เหตุผลที่รับแอดเพราะคิดว่าวันนึงเค้าจะมาจ้างเราเล่นเอ็มวี ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกอะไร เค้าทักมาเป็นช่วงๆ หายไปบ้างก็มี แต่ว่าถ้าเราลงอะไรเค้าจะมาเร็วมาก หนูไม่เชิงเล่นตัว เหมือนเราไม่ค่อยได้เล่นเฟซบุ๊กอยู่แล้วด้วย เค้าทักมาเราแอบรู้สึกว่าเค้ายังไงกับเรา แล้วเค้าจะทักคนอื่นแบบนี้มั้ย ก็เลยทำให้ไม่อยากคุยกับเค้า

ตอนนั้นไม่รู้ว่าเค้าเป็นนักร้องดัง?

ขนม : ไม่รู้ค่ะ พอได้เห็นเฟซบุ๊กเค้าถึงรู้ ก็เลยรับเผื่อเค้าจะจ้างเราเล่นเอ็มวี เค้าทักมาไม่ค่อยได้ตอบเค้า ไม่รู้จะคุยอะไรกับเค้า เริ่มคุยจริงๆช่วงปลายปี

ครูเต้ย : นานเลยครับ มันมีช่วงนึงที่เค้าไม่ค่อยตอบ ผมเลยหายไป เค้าคงไม่อยากคุยกับเรา พอเราเห็นเค้าลงนั่นลงนี่ใจอ่อนทักไปอีก ปกติเวลาเราทักหาใครถ้าเค้ารู้จักเราเค้าจะตอบเลย คนนี้ทำให้รู้สึกว่ามันมีอะไรอยากคุย เค้าก็ยังนานๆทีตอบ แต่เราก็ยังทักไปอีก ก็ตอบบ่อยขึ้น ก็ตัดสินใจนัดทานข้าว เค้าพาเพื่อนไปเต็มรถเลย (หัวเราะ)

ขนม : ประมาณ 7 คน ช่วงนั้นที่ตอบแชทพี่เต้ยบ่อยๆเพื่อนหนูเค้ารู้จักพี่เต้ย เค้าเห็นก็เอาโทรศัพท์ไปตอบ เพื่อนบอกพี่เต้ยชวนไปกินข้าว ตอนนั้นหนูจะไม่ไป เพื่อนบอกไปๆได้มั้ยขอ หนูเลยบอกพี่เต้ยว่าขอพาเพื่อนไปด้วยนะ

ครูเต้ย : ก็งงๆนิดนึงมาเยอะ

พอขนมตกลงคบเป็นแฟนมีดราม่าเลย?

ครูเต้ย : ช่วงนึงมีคนลงรูป ตอนนั้นเรามีกระแสใหม่ๆ หลายคนที่ชื่นชอบเราก็คงไม่อยากให้มีแฟน พอเจอรูปหลุดผมกับน้อง มีบางกลุ่มที่ไม่โอเค ไปขุดมาว่าเราเคยมีแฟน คบซ้อนหรือเปล่า เลยกลายเป็นดราม่า

ขนม : หนูก็เครียด เพราะไม่รู้อะไรเลยมาก่อน ก็ทักไปหาเค้าโกหกหนูหรอ

ครูเต้ย : เราก็อธิบายทุกอย่าง เพราะมันก็ชัดเจน

ขนม : เข้าใจค่ะ เพราะมันมีอะไรที่ทำให้เรารู้ได้ว่าชัดเจนแล้ว หนูเลยโอเค

ดราม่าหนักขนาดไหน?

ครูเต้ย : หนักมากครับ เพราะมันเป็นช่วงโควิดรอบแรก คนกำลังอยู่บ้านทุกคนเล่นโซเชียล ทุกคนด่าผม มันเยอะ แรงทุกอย่าง หน้าตัวเมีย ดังแล้วลืมคนเก่า

ขนม : โดนค่ะ รู้สึกเสียใจมาก ขนมห่อละบาท อย่าไปกินขนมนะมันไม่มีประโยชน์

คุยกันยังไงบ้าง?

ครูเต้ย : ตอนแรกร้องไห้ใส่กัน จมครับเครียด อ่านทุกคอมเมนต์ เพราะผมเพิ่งใหม่ในวงการ ยังไม่รู้วิธีรับมือ เครียดมาก ไม่เคยเกิดมาแล้วคนมาด่าเราขนาดนี้ แล้วไม่รู้จักเราด้วย บางคนเหมือนด่าตามๆกัน ผมอัดคลิปครั้งนึง กระแสตีกลับหนักกว่าเดิม

ขนม : นั่งร้องไห้กับที่บ้าน บอกไม่ไหวแล้วไม่อยากอยู่แล้ว อยากตื่นมาไม่ต้องรับรู้อะไรแล้ว เพราะตอนนั้นมันยากจริงๆ กับการที่หนูไปไหนแล้วเค้ามอง ว่าตามหลังก็มี หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป มันแรงมากๆ เราลองใช่สติ ตอนนั้นอ่านทุกคำพูดที่เลื่อนเจอ ตอนนั้นไม่มีสติ ต้องเรียกสติก่อน กลับมาย้อนคิดว่าอันไหนที่เป็นจริงเราต้องปรับ แต่ถ้าอันไหนเราไม่ได้เป็นเราจะไปสนใจทำไม จมอยู่กับตรงนั้นทำไมให้ดึงตัวเองก่อน คนที่รักเราก็ยังมีให้แคร์ตรงนั้นด้วย พ่อแม่

สุดท้ายผ่านมาได้ยังไง?

ครูเต้ย : ระยะเวลาครับ ตรงนั้นหนักพีกสุดแล้ว เราก็เงียบไม่ตอบโต้ ให้กระแสมันหายไป ก็จะมีเรื่องคนอื่นมาให้ดราม่าต่อเราก็ปล่อยผ่านไป

ขนม : หนูไม่คิดจะพูดอะไรเลยอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง จะคิดอะไรก็แล้วแต่ ต่อให้หนูพูดถ้าเค้าไม่เชื่อหรือไม่เข้าใจก็ไม่มีผลอะไร หนูเลยคิดว่าไม่พูดดีกว่า หยุดแค่ตรงนี้

เกือบเลิกกัน?

ขนม : หนูแค่รู้สึกว่าพี่เค้ากำลังดังขาขึ้นของเค้า แต่พอมาเจอหนูแล้วต้องเจอเรื่องแบบนี้ หนูเลยโทษว่าเป็นเพราะตัวหนูเองที่ทำให้เค้ามาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ เลยบอกพี่เค้าว่าสามารถตัดสินใจได้เลยถ้าไม่ไปต่อหรือจะเลิกกัน เข้าใจหมดเลย

ครูเต้ย : ไม่ได้บอกว่าเลิก เรามาถึงขั้นนี้แล้วก็ไปต่อกัน ต้องช่วยกัน อดทน

ทำให้กลัวโซเชียลไปเลย?

ครูเต้ย : ไม่ได้ลงอะไรที่คู่กันมานานแล้วครับ 2 ปี แม้กระทั่งแต่งงาน ท้อง ก็ไม่ได้ลงเลย ผมก็ลงแค่งานอย่างเดียว แต่ทุกวันนี้เปิดแล้ว ตอนนั้นหลอนครับ บางครั้งไปงานถ้าคนเห็นเราอยู่ด้วยกันก็เริ่มคิดแล้วจะเอาไปโพสต์อะไรอีกหรือเปล่า มันมีบางกลุ่มที่เค้ายังแอนตี้อยู่ ที่ทำให้เรารู้สึกช่างมัน คือ ลูก

เปิดมามีลูกเลยคนยิ่งโจมตี?

ครูเต้ย : ก่อนที่จะโพสต์รูปลูกเราคุยกันแล้ว ว่าเค้าต้องโตขึ้น เค้าต้องเจอสังคม จะให้เค้าอยู่แบบนี้มันไม่ได้ วางแผนกันไว้ว่าเค้าครบ 1 ขวบเราจะเปิด

เปิดแล้วเป็นไง?

ครูเต้ย : ฟีดแบ็กดีมากครับ ทุกคนเอ็นดูน้อง ก่อนลงคิดหนักเพราะมันจะออกมา 2 ด้าน ไม่ดีก็แย่เลย

ขนม : คิดหนักเหมือนกันค่ะ แต่คราวนี้มันไม่ใช่เราแล้วที่ต้องรู้สึก เค้าโตขึ้นมาแล้วกลับมาย้อนเห็นสิ่งพวกนี้เราไม่อยากให้เค้ารู้สึกแบบนั้น ชื่อเค้าก็เป็นอีกเหตุผลคือเราไม่ได้ผิดพลาดในการมีเราตั้งใจ

วันแต่งงาน?

ครูเต้ย : มีไม่ถึง 20 คน เป็นญาติฝั่งผมกับญาติฝั่งขนม

ขนม : อยากให้ทุกคนรู้เพราะอยากให้เกียรติพ่อกับแม่เรา แต่ในความรู้สึกของหนูคืออยากให้คนที่เรารักมาอยู่ตรงนั้นในวันแต่งงานของเรา แต่ง 1 พฤษภาคม ปี 63 มีน้องช่วงธันวา-มกรา

ช่วงฝากท้องยังต้องหลบมั้ย?

ครูเต้ย : หลบครับ แต่โชคดีที่มีโควิด ขนมก็เรียนออนไลน์ โรงพยาบาลที่เราไปฝากก็ไม่ได้พูดอะไร

ขนม : ณ ตอนนั้นโอเคที่สุดแล้ว หาหมอพี่เต้ยก็ไปด้วยทุกครั้ง

ในงานแต่งมี 16 คนโอเคมั้ย?

ครูเต้ย : ตอนนั้นเราอยากให้พ่อกับแม่เค้ามั่นใจว่าเราไม่ได้มาเล่นๆ ถ้ามีโอกาสจริงๆก็อยากให้ทุกคนมาร่วมยินดีกับพวกเรา

ขนม : ตอนนั้นโอเคมากเลย แต่ถามในใจเราก็อยากที่จะให้คนอื่นนอกเหนือจากนี้มาเหมือนกัน แต่แค่นั้นก็โอเคมากแล้ว

วันที่ตัดสินใจโพสต์รูปลูก?

ครูเต้ย : มันเป็นวันเกิดเค้าเลย เราจะมีจัดงานมีตติ้ง เราเลยถือเอาวันนั้นจัดมีตติ้งแล้วพาลูกไปเปิดให้พี่ๆที่คอยสนับสนุนเราจริงๆให้ได้รู้เป็นกลุ่มแรก ครั้งแรกเลย บางคนพอรู้เพราะมีคนถ่ายเอาไปลงบ้างแต่ไม่เป็นกระแส โชคดีที่มีแฟนคลับที่น่ารัก

ขนม : ดีขึ้นค่ะ เราโล่งทุกอย่าง ปลดล็อกทุกอย่าง มันทำให้เราใช้ชีวิตยังมีอะไรอยู่คือเรื่องลูก เราโล่งมาก สบายใจไม่มีอะไรติดค้าง

ขนมอุ้มลูกขึ้นเวทีรู้สึกยังไง?

ขนม : ตื่นเต้น แล้วก็กลัวไปหมด กลัวทุกอย่าง ร้องไห้ตั้งแต่ก่อนเข้าไป ขึ้นบนเวทีก็ยืนร้องไห้ กลัวที่สุดคือพี่ๆเค้าจะโอเคมั้ย เสียใจหรือเปล่า เพราะหนูไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้ใครรู้สึกไม่ดี ก็เลยกลัวไปหมด แต่พี่ๆทุกคนน่ารักมากหนูร้องไห้บนเวที พี่ๆตะโกนขึ้นมาร้องไห้ทำไม หนูยิ่งร้องใหญ่เลย ไม่คิดว่าเค้าจะซัพพอร์ตดีกับเราขนาดนี้

ครูเต้ย : ดีมากครับ ได้พาลูกไปไหนมาไหน ตอนนั้นนอกจากโรงพยาบาลก็ได้พาลูกไปเที่ยว 2-3 ครั้งเองไปไพรเวทอยู่แค่บริเวณนั้น

ไม่อยากมีลูกอีกเพราะอะไร?

ครูเต้ย : รักคนเดียว หยุดแล้วไม่มีแล้ว

ขนม : ถ้าอยากมีก็อยากมีให้เค้าเป็นเพื่อนกัน แต่แล้วแต่พ่อ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *